ประเพณีปอยส่างลอง(งานบวชลูกแก้ว)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ประเพณีปอยส่างลอง(งานบวชลูกแก้ว)

ประเพณีปอยส่างลอง(งานบวชลูกแก้ว)

ตะแปนำส่างลองร่ายรำ สนุกสนานเต็มที่ ที่วัดผาบ่องเหนือ หลังเสร็จสิ้นพิธีแห่โควหลู่

ตะแปนำส่างลองร่ายรำ สนุกสนานเต็มที่ ที่วัดผาบ่องเหนือ หลังเสร็จสิ้นพิธีแห่โควหลู่
ปอยส่างลอง ถือคติในการบวชเณรที่เลียนแบบพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าตอนเป็นเจ้าชายสิทธัตถะก่อนออกผนวช ดังนั้นการกระทำทุกอย่างในช่วงที่เป็นส่างลองก็จะเสมือนว่าเป็นการปฏิบัติต่อกษัตริย์ หรือบางพื้นที่ก็เปรียบส่างลองเป็นดังเจ้าชายองค์น้อย 

ด้วยเหตุนี้จึงต้องแต่งกายส่างลองกันให้สง่างามเต็มยศ โดยมีการแต่งกายส่างลองตามแบบกษัตริย์พม่าโบราณ นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อมีชายเชิงงอนปักดิ้นไหม ประดับด้วยเพชรนิลจินดาทั้งสร้อย กำไล และแหวน ศีรษะโพกด้วยผ้าแพรและประดับด้วยดอกไม้ (หรือสวมมงกุฎ หรือ ชฎายอดแหลมที่มีในบางพื้นที่

จ้องหรือมวยผม ที่ร่วมรับบุญบนเครื่องโพกหัวส่างลอง

ขณะที่บนเครื่องประดับศีรษะส่างลองหลาย ๆ คน จะมี “จ้อง” ซึ่งเป็นมวยผมของผู้หญิง (ส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้อง) ที่ต้องการร่วมรับบุญไปกับส่างลอง จึงได้เก็บรักษาดูแลเส้นผมไว้เป็นอย่างดี เป็นเวลายาวนานหลายปี ก่อนจะตัดมัดเป็นจ้องนำไปไว้บนเครื่องโพกหัวของส่างลองเพื่อขอร่วมรับในกุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ 

นอกจากนี้ยังต้องมีคนคอยกางร่ม หรือ “ทีคำ” หรือร่มทองคำกางกันแดดให้ ที่สำคัญคือจะต้องมี “ตะแปส่างลอง” หรือ “ตะแป” เป็นพี่เลี้ยงส่วนตัวคอยดูแลส่างลองอย่างใกล้ชิด พร้อมให้เด็กขี่คอไปตลอดไม่ยอมให้เท้าเด็กแตะพื้นดิน แม้กระทั่งตอนเข้าห้องน้ำ ตะแปก็ต้องให้เด็กขี่คอพาเข้าไป

ตะแปต้องให้ส่างลองขี่คอไปตลอด แม้กระทั่งยามไปเข้าห้องน้ำ

สำหรับผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นตะแปนั้น ต้องเป็นผู้ที่สนิทสนมคุ้นเคยกับส่างลองเป็นอย่างดี และพ่อแม่ของเด็กก็ไว้เนื้อเชื่อใจอย่างมากถึงให้รับทำหน้าที่อันมีเกียรตินี้ 

เรื่องนี้สันนิษฐานว่าเป็นกุศโลบายเพื่อป้องกันไม่ให้ส่างลองซึ่งยังเป็นเด็กน้อยซุกซนจนได้รับอันตรายก่อนที่จะได้บวชเรียน รวมถึงข้าวของเครื่องประดับบนตัวส่างลองนั้นล้วนเต็มไปด้วยของมีค่ามากมาย จึงจำเป็นต้องมีตะแปเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูแลป้องกันไม่ให้คนมาลักขโมย หรือคอยเป็นหูเป็นตาเวลาที่เด็กอาจเผลอพลั้งทำสิ่งของเครื่องประดับตกหล่นไป 

บุญกุศลสูงล้น 

ส่างลองต้องมีคนคอยกางร่ม หรือ “ทีคำ” ให้เสมอ

ปอยส่างลองเป็นประเพณีที่เกิดจากพลังศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวไทใหญ่ ซึ่งเชื่อกันว่าการได้บวชส่างลองจะได้บุญกุศลสูงสุด มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่กว่าการบวชพระเสียอีก เพราะเด็ก ๆ ที่บวชส่างลองนั้นยังมีจิตใจที่บริสุทธิ์อยู่ ชาวไทใหญ่จึงตั้งใจที่จะจัดงานบวชส่างลองกันอย่างเต็มที่เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด 

ดังนั้นประเพณีปอยส่างลองจึงเป็นการรวบรวมอัตลักษณ์ วิถีวัฒนธรรม และงานศิลป์ต่าง ๆ ของชาวไทใหญ่เข้าไว้ด้วยกันอย่างมากมายภายในงานนี้ ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อ พิธีกรรม การแต่งกาย เครื่องประดับ ขบวนแห่ การแสดง อาหารการกิน เป็นต้น

ส่างลองตัวน้อยออกลีลาร่ายรำเต็มที่ในขบวนแห่โควหลู่ ชุมชนผาบ่อง

อย่างไรก็ดีแม้ว่าการบวชส่างลองจะเป็นพิธีที่เชื่อว่าจะได้อานิสงค์ผลบุญสูงล้น แต่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากเป็นเงาตามตัว (ปัจจุบันตกอยู่ที่ราว 50,000 – 100,000 ต่อคน) 

นั่นจึงทำให้ครอบครัวคนยากจนที่มีลูกชาย แม้อยากบวชก็ไม่สามารถทำได้ ส่วนครอบครัวฐานะดีที่มีแต่ลูกสาวก็ไม่สามารถบวชส่างลองได้

ดังนั้นเพื่อเป็นการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จึงเกิดมี “พ่อข่าม” “แม่ข่าม” หรือผู้ที่รับเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์ในการบวชให้แก่เด็กชายที่ไม่มีทุนทรัพย์แต่ต้องการบวชส่างลอง เรียกง่ายๆ ว่า ฝ่ายหนึ่งได้บวช ฝ่ายหนึ่งได้บุญมีความสุขอิ่มใจกันทั้งสองฝ่าย

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น